วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ประกาศ สป18 1_54

ประกาศ
ปวส และปวช  ที่เรียนเทอม 1_54 ท่านที่ไม่ได้ส่งงานกรุณานำมาส่งภายในวันพุธที่ 28 กันยายน 2554 ภายในเวลา 16.00 น. โดยด่วน
และหากท่านใดที่ต้องการปรับคะแนนรายงานให้นำรายงานที่ถูกต้อง จำนวน 10 หน้า เวบอ้างอิง 5 เวบ เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพที่เรียน ไม่ซ้ำใคร มาส่งพร้อมทำภาคผนวก นำปกหน้าหนังสือที่อ้างอิงมาส่ง ในวันเวลาดังกล่าว

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ฐานข้อมูล

 เกณฑ์การตัดสินใจเลือกข้อมูล



1. งบประมาณขององค์การและราคาของระบบบริหารฐานข้อมูลที่ต้องการ 

2. ความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ 

3. ความน่าเชื่อถือของระบบบริหารฐานข้อมูล 

4. ความเร็วในการประมวลผล 

5. การรักษาความปลอดภัยของระบบฐานข้อมูล

6. จำนวนผู้ใช้งานในระบบ 

7. จำนวนแฟ้มข้อมูลและขนาดของระเบียนที่เปิดใช้ 

8. ภาษาฐานข้อมูลที่ระบบสนับสนุน 

9. ตัวแบบฐานข้อมูลและความเหมาะสมต่อลักษณะงาน 

10. โปรแกรมประกอบอื่น ๆที่ระบบมีให้ 

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

หน่วยความจุ ข


1373 01 หน่วยที่ใช้ในการวัดความจุหรือขนาดของข้อมูล

หน่วยที่ใช้ในการวัดความจุหรือขนาดของข้อมูล หรือที่ใช้เรียกด้วยศัพท์ของคอมพิวเตอร์เช่น บิต (Bit), ไบต์ (Byte), กิโลไบต์ (Kilobyte),? เมกกะไบต์ (Megabyte), กิกะไบต์ (Gigabyte), เทอราไบต์ (Terabyte) เป็นต้น มีรายละเอียดดังนี้

บิต (Bit) เป็นหน่วยวัดข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยแต่ละบิตจะถูกแสดงด้วยตัวเลขไบนารี (Binary Digits) หรือเลขฐานสองคือ “0″ หรือ “1″ ซึ่งจะบ่งบอกถึงสถานะการทำงานนั่นเอง

ไบต์ (Byte) เป็นหน่วยวัดพื้นฐานที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดย 1 ไบต์จะมีขนาด 8 บิต ใช้แทนตัวอักษรใดๆเช่น ตัวเลข, พยัญชนะ หรือสัญลักษณ์ต่างๆได้ 1 ตัว

กิโลไบต์ (Kilobyte ตัวย่อ KB) จะมีค่าเท่ากับ 1,024 ไบต์ หรือประมาณ 1,000 ไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1,000 ตัว หรือประมาณ 1 หน้ากระดาษ

เมกกะไบต์ (Megabyte ตัวย่อคือ MB) จะมีค่าประมาณ 1,000 กิโลไบต์ หรือประมาณ 1 ล้านไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 ล้านตัว หรือประมาณหนังสือ 1 เล่ม

กิกะไบต์ (Gigabyte ตัวย่อคือ GB) เป็นหน่วยวัดที่มักใช้บอกความจุข้อมูลของอุปกรณ์จำพวก ฮาร์ดดิสต์, ยูเอสบีไดรว์, แผ่นดีวีดี และอื่นๆ โดยจะมีค่าประมาณ 1,000 เมกกะไบต์หรือประมาณ 1 พันล้านไบต์เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 พันล้านตัวหรือประมาณหนังสือที่ถูกบรรจุอยู่ในตู้หนังสือจำนวน 1 ตู้

เทอราไบต์ (Terabyte ตัวย่อ TB) เป็นหน่วยวัดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มาก ปัจจุบันมีเพียงอุปกรณ์จำพวกฮาร์ดดิสต์บางรุ่นเท่านั้นที่มีความจุมากถึงระดับนี้ แต่ด้วยปริมาณความต้องการข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆทำให้อีกไม่นานความจุระดับนี้อาจมีแพร่หลายมากขึ้น โดยเทอราไบต์จะมีค่าประมาณ 1,000 กิกะไบต์ หรือประมาณ 1 ล้านล้านไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 ล้านล้านตัว หรือประมาณหนังสือทั้งหมดที่ถูกบรรจุอยู่ในห้องสมุด 1 ห้อง

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การบันทึกไฟล์ MS OFFICE


Filed under

โดยปกติแล้วไฟล์ที่ที่เรา save จาก Microsoft Office 2007 จะเป็นไฟล์ต่างๆ ดังนี้

Microsoft Word
•.docx—Microsoft Office Word 2007 document
•.docm—Microsoft Office Word 2007 macro-enabled document

Microsoft PowerPoint
•.pptx—Microsoft Office PowerPoint 2007 presentation
•.pptm—Microsoft Office PowerPoint 2007 macro-enabled presentation
•.potx—Microsoft Office PowerPoint 2007 template
•.potm—Microsoft Office PowerPoint 2007 macro-enabled template
•.ppsx—Microsoft Office PowerPoint 2007 show
•.ppsm—Microsoft Office PowerPoint 2007 macro-enabled show

Microsoft Excel
•.xlsb—Microsoft Office Excel 2007 binary workbook
•.xlsx—Microsoft Office Excel 2007 workbook
•.xlsm—Microsoft Office Excel 2007 macro-enabled workbook
•.xltx—Microsoft Office Excel 2007 template
•.xltm—Microsoft Office Excel 2007 macro-enabled template
•.xlam—Microsoft Office Excel 2007 add-in

ซึ่งมันจะไม่สามารถเปิดใน Office 2003 ได้ เนื่องจาก format หรือรูปแบบ ของไฟล์ไม่เหมือนกัน
ไฟล์ของ Office 2007 เรียกว่า Open XML Format สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
Open XML Format ได้ที่นี่
ดังนั้นถ้าต้องการที่จะเปิด Microsoft Office 2007 ใน Microsoft Office 2003 เราจะต้องไปดาวน์โหลดปลั๊กอินที่ชื่อว่า
Microsoft Office Compatibility Pack for Word, Excel, and PowerPoint 2007 File Formats
ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?FamilyId=941b3470-3ae9-4aee-8f43-c6bb74cd1466&displaylang=en [ขนาดไฟล์ 27.5 MB]
หลังจากนั้นก็ติดตั้งให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปิดไฟล์ของ Microsoft Office 2007 ได้

ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับเวลา

วันและเวลา
          การใช้ฟังก์ชันวันและเวลา (Date&Time) จะช่วยให้เราคำนวณข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวันและเวลาได้ง่ายขึ้นเช่น ฟังก์ชัน NOW และ TODAY สามารถแสดงวันเดือนปีและเวลาปัจจุบันได้ และฟังก์ชัน DAY, MONTH และ YEAR สามารถจะตัดข้อมูลวันเดือนปีให้เหลือเฉพาะ วัน, เดือน หรือปี ก็ได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำไปคำนวณต่อไปได้ง่ายขึ้น
2.1
การวางฟังก์ชันวันและเวลา
รายการของข้อมูลที่นำมาใช้ในฟังก์ชันวันและเวลา
ข้อมูล ความหมาย
Year เป็นเลขหนึ่งถึงเลขสี่หลักแทนปี (1900-9999) ถ้า year อยู่ระหว่าง 0- 1899 จะเป็นปี 1900 + ค่านั้น นอกนั้นเป็นตัวเลขปีเลย เช่น 2002 เป็นต้น
Month เป็นตัวเลขที่แทนเดือนในแต่ละปี มี 12 เดือน ถ้ามากกว่า 12 ให้ลบด้วย 12
Day เป็นตัวเลขที่แทนวันที่ในแต่ละเดือน ถ้า day มากกว่าจำนวนวันในหนึ่งเดือนที่กำหนด day จะเพิ่มจำนวนวันนั้นไปยังวันแรกของเดือน
Serial_number - เป็นค่าตัวเลขในรหัสวันที่ที่ใช้ อาจป้อนวันที่เป็นสายอักขระข้อความใน
เครื่องหมายอัญประกาศ (เช่น "1/30/1998" หรือ "1998/01/30") หรือเป็นเลขลำดับ (serial number) (เช่น 35825 ซึ่งเป็นค่าที่แทนวันที่ 30 มกราคม ค.ศ.1998 ถ้าคุณใช้ระบบวันที่แบบ 1900)
-เป็นเวลาที่มีค่าชั่วโมงที่ต้องการค้นหาโดยเวลาอาจถูกป้อนเป็นสายอักขระ
ข้อความในเครื่องหมายอัญประกาศ (ตัวอย่างเช่น "6:45 PM") เป็นตัวเลข
ทศนิยม (ตัวอย่างเช่น 0.78125 ซึ่งแทนเวลา 18:45 นาฬิกา)
Return_type เป็นค่าตัวเลขที่กำหนดชนิดของการค่าที่ส่งกลับมา
Start_date คือวันที่ที่แสดงวันที่เริ่ม
End_date คือวันที่ที่ใช้แทนวันที่สิ้นสุด

รูปแบบและการนำมาใช้ของฟังก์ชันวันและเวลา
ชื่อฟังก์ชัน รูปแบบ/ตัวอย่าง นำไปใช้ในการคำนวณ
TIME TIME (hour,minute,second)
=TIME (12, 0, 0) เท่ากับเลขลำดับ 0.5 ซึ่ง
เท่ากับ 12:00:00 P.M
ส่งกลับเลขลำดับของเวลาเฉพาะ
HOUR HOUR (serial_number)
=HOUR (0.7) เท่ากับ 16
แปลงเลขลำดับเป็นชั่วโมง
MINUTE MINUTE (serial_number)
= MINUTE (4.02)
เท่ากับ 28
แปลงเลขลำดับเป็นนาที
WEEKDAY WEEKDAY (serial_number,return_type)
=WEEKDAY ("2/14/1998") เท่ากับ 7
(เสาร์)
แปลงเลขลำดับเป็นวันของสัปดาห์
DAY DAY (serial_number)
=DAY ("8/11/1998") เท่ากับ 11
แปลงเลขลำดับเป็นวันของเดือน
MONTH MONTH (serial_number)
=MONTH (35796) เท่ากับ 1
แปลงเลขลำดับเป็นเดือน
YEAR YEAR (serial_number)
=YEAR (0.007) เท่ากับ 1900
แปลงเลขลำดับเป็นปี
DATE DATE (year,month,day)
= DATE (1998,1,1) เท่ากับ 35796
ส่งกลับค่าตัวเลขที่เป็นค่าวันที่ที่ใช้ใน
รหัสวันที่-เวลา
NOW NOW ()
= NOW () เป็น 21/6/2001 14:32
ส่งกลับเลขลำดับของวันที่และเวลา
ปัจจุบัน
TODAY TODAY ()
= TODAY ()
ส่งกลับเลขลำดับของวันที่วันนี้

10
ตัวอย่างการวางฟังก์ชันวันและเวลา MONTH เกี่ยวกับเดือน
11
ตัวอย่างเซลล์ที่ใช้ฟังก์ชันวันและเวลา MONTH เกี่ยวกับเดือน

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เด็กขยัน

ขยันเรียนเน้อเจ้า
จะสอบกันแล้ว นา ..

สป13 แล้วเน้อ

ควรดูเรื่อง การสร้างแผนภูมิ ..
การทำแผนภูมิมีกี่แบบ
การวางแผนภูมิได้กี่ตำแหน่ง
แล้วเตรียม ส่ง..
สรุปใบงาน .

เตรียม พรีเซนต์งาน
แต่ละคนห้ามลืม แบบประเมินการบรรยาย

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การตกแต่งแผนภูมิ


ารปรับแต่งส่วนประกอบของแผนภูมิหรือชาร์ต
1.       การเปลี่ยนแผนภูมิระหว่างแผนภูมิแบบเป็นวัตถุ ไปเป็นแบบแผ่นงานใหม่
1.1    คลิกที่รูปแผนภูมิที่ต้องการเปลี่ยน
1.2     คลิกขวา จะปรากฏรายการให้เลือก ตำแหน่งที่ตั้ง (Location)
                                         
1.3    จะปรากฏกรอบโต้ตอบชื่อ ตำแหน่งของแผนภูมิ (Chart Location)
1.4     เลือกตำแหน่งตามที่ต้องการ
1.5    กดปุ่ม ตกลง (OK)
2.       การเปลี่ยนรูปแบบของแผนภูมิ
2.1    คลิกที่รูปแผนภูมิที่ต้องการเปลี่ยน
2.2    คลิกขวาจะปรากฏรายการให้เลือก ชนิดของแผนภูมิ (Chart Type)

2.3    เลือกชนิดของแผนภูมิตามที่ต้องการ
2.4    คลิกปุ่ม ตกลง (OK)
การจัดรูปแบบของแผนภูมิหรือชาร์ต
            หากต้องการเปลี่ยนแปลงลวดลาย แบบอักษร และการวางคำอธิบายรายการในแผนภูมิ (Legend)
1.       ดับเบิ้ลคลิกที่คำอธิบายรายการในแผนภูมิ (Legend)
2.       จะปรากฏกรอบโต้ตอบของจัดการรูปแบบคำอธิบายแผนภูมิ
3.       คลิกเลือกแถบ ลวดลาย (Patterns)
4.       เลือกหรือกำหนด เส้นขอบ (Border) การแรเงา (Shadow) พื้นที่สี (Area) ตามที่ต้องการ หากต้องการเพิ่มลักษณะพิเศษ ให้คลิกปุ่ม เติมลักษณะพิเศษ (Fill Effects) แล้วกดปุ่ม ตกลง (OK)
ถ้าต้องการเปลี่ยนสีแผนภูมิ คลิกที่ช่องต้องการเปลี่ยนสี คลิกขวา จัดรูปแบบจุดข้อมูล เติมลักษณะพิเศษ ทำการเลือกรูปแบบที่ต้องการ  แล้วกดปุ่ม ตกลง (OK)

การสร้างแผนภูมิ


 การสร้างแผนภูมิ
            แผนภูมิหรือชาร์ต เป็นความสามารถหนึ่งของโปรแกรม Microsoft Excel ซึ่งมีให้เลือกในหลายรูปแบบ ก่อนที่จะทำการสร้าง เราควรทราบถึงองค์ประกอบของแผนภูมิก่อน ว่าประกอบไปด้วยส่วนใดบ้างเพื่อจะได้จัดการกับส่วนนั้นได้ถูกต้อง
            1.  ชุดข้อมูล (Data Series)  เป็นกลุ่มของข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาเหมือนกัน เช่นในแผนภูมิแท่งจะอยู่ที่กราฟสีเดียวกัน ถ้าเป็นกราฟเส้นตรงจะอยู่ที่จุดบนเส้นตรงเดียวกัน
            2.  จุดข้อมูล (Data Point)   เป็นสิ่งที่เป็นตัวแทนข้อมูลตัวเลขแต่ละตัวในชุดข้อมูล เช่น ในแผนภูมิแท่งคือแท่งแต่ละแท่งในชุดข้อมูล ถ้าเป็นกราฟเส้นตรง คือจุดที่วางอยู่ที่บนเส้นแต่ละจุดของข้อมูล
            3.  ประเภทข้อมูล (Data Category)   แต่ละชุดจะแทน้วยรูปชาร์ตที่แตกต่างกัน เช่น ในแผนภูมิแท่งจะแทนด้วยแท่งสีแตกต่างกันไป
            4.  พื้นที่แผนภูมิ (Chart   Area  )  คือ  พื้นที่ทั้งหมดของแผนภูมิที่แสดงผลออกมา
            5.  พื้นที่การพล็อต (Plot Area)   คือ บริเวณที่แสดงข้อมูลที่ถูกพล็อตไว้ อยู่ระหว่างแกนทั้ง 2 ด้าน คือแกน และแกน Y   หรือคือพื้นที่ในกราฟที่ใช้แสดงข้อมูล
            6.  แกน (Axes)   ปกติจะมีอยู่ 2 แกน คือ แกน เป็นแกนในแนวระดับ แกน เป็นแกนในแนวดิ่ง และถ้าเป็นแผนภูมิแบบ 3 มิติ จะมีแกน Z เป็นแกนแนวลึก
            7.  ไตเติล   (Title)   คือข้อความที่ใช้แสดงชื่อแผนภูมิ แกนของแผนภูมิ
            8.  เลเจนด์ (Legend)   คือส่วนที่ใช้บอกประเภทของแผนภูมิ หรือเป็นคำอธิบายชุดของข้อมูลในชาร์ต
            9.  เส้นกริดs (Gridline)   คือ เส้นที่ลากผ่านจากแกนด้านหนึ่งไปยังแกนอีกด้านหนึ่งทำให้ดูข้อมูลหรือประมาณค่าข้อมูลได้ง่ายขึ้น ใช้เปรียบเทียบตัวเลขแต่ละค่าในกราฟ
วิธีการสร้างแผนภูมิหรือชาร์ต
1.  กำหนดพื้นที่การทำงาน
2.  
คลิกที่คำสั่งแทรก > แผนภูมิ หรือคลิกที่สัญรูป 
3.  
ทำตามขั้นตอนตกลง
ตัวอย่าง ต้องการสร้างแผนภูมิวงกลมร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ
1. จะคลุมพื้นที่ A3:B4
2.  คลิกที่คำสั่งแทรก > แผนภูมิ หรือคลิกที่สัญรูป เกิดกรอบโต้ตอบ เลือกชนิดของแผนภูมิเป็นวงกลมคลิกต่อไป (next) ชื่อเรื่องพิมพ์หัวข้อ คลิกป้ายชื่อเพื่อแสดงค่าและเปอร์เซ็นต์
เลือกชนิดของแผนภูมิ
จะปรากฏตัวช่วยสร้างแผนภูมิในขั้นที่ 3-4 ตัวเลือกแผนภูมิ เลือกแถบ ป้ายชื่อเรื่อง (Title) ให้กรอกชื่อเรื่องแผนภูมิ  ชื่อแกน X  แกน กำหนดให้แสดง Legend สามารถอยู่ส่วนล่าง (Buttom)  มุม (Corner)  ส่วนบน(Top)  ด้านขวา (Right)  และด้านซ้าย (Left) กดปุ่ม ถัดไปt (Nex)

  คลิกถัดไป
1.    ในขั้นสุดท้ายของการสร้างแผนภูมิ เป็นการวางตำแหน่งแผนภูมิ โดยมีทางเลือก 2 รูปแบบ คือ
3.1    เป็นแผ่นงานใหม่ (As New Sheet)  แผนภูมิที่สร้างเสร็จจะอยู่ในเวิร์กชีตใหม่
3.2    วัตถุใน (As Object in  )  แผนภูมิที่สร้างเสร็จแล้วจะอยู่ในเวิร์กชีตที่กำลังทำงานอยู่หรือเลือกการวางจาก Drop Down List Box ข้างหลัง
กำหนดการนำแผนภูมิไว้ที่หน้าใด ถ้าไว้แผ่นงานใหม่คลิกที่เป็นแผ่นงานใหม่ ถ้าต้องการไว้หน้าเดียวกับข้อมูล เป็นวัตถุใน คลิกเสร็จสิ้น