วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปวส เน้อจ๊ะ


 
โลโก้  วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
สรุปใบงาน
1. สป2 ประวัติส่วนตัว
2. สป2 บัตรเชิญ งานไหว้ครู
3. สป3 แผ่นพับ เลือกตั้ง
          ใบปลิว วันเข้าพรรษา
4. สป4 ใบปลิว เปิดร้าน
           แผ่นพับ เปิดร้าน
5. สป5 จดหมายเวียน เอางาน สป2 ไหว้ครูมาทำ
    - เอกสารหลัก
    - รายชื่อ
    - จดหมายเวียน
6. สป 6 บัตรอวยพร ขนาด A4 แบ่ง 8
    - เอกสารหลัก
    - รายชื่อ
    - จดหมายเวียน
7. รายงาน เรื่อง
8. หลักฐานการส่งไฟล์งาน ได้จาก โฟลเดอร์เมล์ตนเอง
 
 

จัดทำโดย

นายโชติพงศ์ เตสุปะ
รหัส 5431010005
ปวส 1 ชยA

เสนอ
ครูอโณทัย เชี่ยวชาญ

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาโปรแกรมสำเร็จรูปในงานอาชีพ รหัส 3000-0201
ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554
วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

 
กระทรวงศึกษาธิการ
ใบงานที่ 1 เรื่อง ประวัติส่วนตัว  (สป3)
ใบงานที่ 1 ประวัติส่วนตัว (สป2)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำประวัติส่วนตัวที่มีรูปและตารางประวัติการศึกษา

งานที่มอบหมาย
          ทำประวัติส่วนตัวตามรูปแบบที่กำหนด พร้อมแนบรูปบนไฟล์งาน และงานส่งงานชิ้นนี้ไปที่ e-mail ของผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เอกสารใหม่
          3. พิมพ์ตามหัวข้อต่างๆ 14 หัวข้อ
          4. แทรกรูปภาพ
          5. แทรกตารางประวัติการศึกษาในหัวข้อที่ 12
ดังรูป
คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้ (เขียนด้วยตนเอง จะได้จำ)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          ทำประวัติส่วนตัวโดยมีรูปภาพในไฟล์และ มีการรายงานประวัติการศึกษาอยู่ในรูปตาราง

การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          นำเป็นเอกสารประกอบในการสมัครงานได้
ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มีสองแผ่น
ใบงานที่ 2 เรื่อง ทำบัตรเชิญ  (สป3)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำบัตรเชิญ ตกแต่งการ์ดโดยใช้คำสั่งใน Ms Word

งานที่มอบหมาย
          ทำการ์ดเชิญมางานวันครู พฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2554 บนการ์ดขนาด A4 พับครึ่ง (ดังนั้นในกระดาษ A4 จะได้การ์ด 2 ใบ) โดยใช้คำสั่งต่างๆ ที่เรียนมาในสัปดาห์ที่ 3 นำมาใช้ในการตกแต่งการ์ด ส่งชิ้นงานนี้ไปที่ e-mail ของผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เอกสารใหม่
          3. พิมพ์ข้อความที่ต้องการ
          4. ตกแต่งเอกสาร ด้วยรูปภาพ อักษรศิลป์ กล่องข้อความ     
ดังรูป

คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
           
ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          ทำการ์ด ตกแต่งงานใน Ms Word ได้
การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          ทำบัตรเชิญ ตกแต่งเอกสารให้สวยงามน่าสนใจได้

ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มีหนึ่งหน้าสองภาพ
ใบงานที่ 3 เรื่อง ใบปลิว  (สป3)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำใบปลิว

งานที่มอบหมาย
          ทำใบปลิวเกี่ยวกับการขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ส่งชิ้นงานถึง e-mail ผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เอกสารใหม่
          3. พิมพ์ตามหัวข้อตามที่ต้องการ
          4. ตกแต่งเอกสาร โดยการแทรกรูปภาพ แทรกรูปแบบ และอื่นๆ ตามต้องการ
ดังรูป

คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          ทำใบปลิว สามารถทำการตกแต่งเอกสารให้คล่องขึ้น

การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          สามารถนำไปทำกับร้านตัวเองได้

ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มีหนึ่งหน้า
ใบงานที่ 4 เรื่อง แผ่นพับ  (สป4)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำแผ่นพับ

งานที่มอบหมาย
          ทำแผ่นพับเกี่ยวกับงานอาชีพ เช่น ร้านให้บริการ หรือร้านค้า ส่งชิ้นงานถึง e-mail ผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เอกสารใหม่
          3. พิมพ์ตามหัวข้อตามที่ต้องการ
          4. ตกแต่งเอกสาร โดยการแทรกรูปภาพ แทรกรูปแบบ และอื่นๆ ตามต้องการ
ดังรูป

คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
           
ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          ทำแผ่นพับ สามารถทำการตกแต่งเอกสารให้คล่องขึ้น

การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          สามารถนำไปโฆษณากับร้านตัวเอง

ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มีสองหน้า
ใบงานที่ 5 เรื่อง การทำจดหมายเวียน  (สป5)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำจดหมายเวียน

งานที่มอบหมาย
          ทำจดหมายเวียน โดยนำงานจากสัปดาห์ที่ 2 มาใช้งาน (เป็นการทำบัตรเชิญมางานวันไหว้ครู)  ส่งชิ้นงานถึง e-mail ผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เปิดเอกสารใน สัปดาห์ที่ 2 มาใช้งาน บันทึกเป็น เอกสารหลัก
          3. เปิดเอกสารใหม่ สร้างรายชื่อ 5 รายชื่อ บันทึกเป็น รายชื่อ
          4. ไฟล์เอกสารหลักนำมาใช้งาน โดยการใช้คำสั่งการทำจดหมายเวียน
          5. ได้เอกสารใหม่ตามที่ต้องการเป็นจดหมายเวียน

ดังรูป
รายชื่ออยู่ในรูปตาราง
เอกสารหลักที่ใช้คำสั่งผสานแล้ว




ได้จดหมายเวียน

คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
           
ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          สามารถทำบัตรเชิญได้

การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          สามารถนำไปใช้ในเรื่องป้าย ซอง ใบประกาศ

ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มี 3 ไฟล์












ใบงานที่ 6 เรื่อง การทำจดหมายเวียน  (สป6)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำจดหมายเวียน

งานที่มอบหมาย
          ทำป้ายชื่อ ขนาด A4 พับ 4  ส่งชิ้นงานถึง e-mail ผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เปิดเอกสารใหม่ สร้างเอกสารให้สวยงามอยู่ในรูปป้ายชื่อ  บันทึกเป็น เอกสารหลัก
          3. เปิดเอกสารใหม่ สร้างรายชื่อ 5 รายชื่อ บันทึกเป็น รายชื่อ
          4. ไฟล์เอกสารหลักนำมาใช้งาน โดยการใช้คำสั่งการทำจดหมายเวียน
          5. ได้เอกสารใหม่ตามที่ต้องการเป็นจดหมายเวียน

ดังรูป
รายชื่ออยู่ในรูปตาราง
เอกสารหลักที่ใช้คำสั่งผสานแล้ว



ได้จดหมายเวียน


คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          สามารถทำบัตรเชิญได้

การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          สามารถนำไปใช้ในเรื่องป้าย ซอง ใบประกาศ

ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มี 3 ไฟล์































ใบงานที่ 7 เรื่อง การทำรายงาน  (สป8)
วัตถุประสงค์
          สามารถใช้ไมโครซอฟเวิร์ดในการทำรายงาน

งานที่มอบหมาย
          ทำรายงานตามที่กำหนดไว้ แล้วส่งชิ้นงานในรูปเล่มก่อนเข้าสอบปฏิบัติ  ส่งชิ้นงานถึง e-mail ผู้สอน และเตรียมสรุปใบงานส่งในสัปดาห์ที่ 7

ขั้นตอนการทำใบงาน
          1. ใช้งาน Ms Word
          2. เปิดเอกสารใหม่ใช้งานตั้งค่าหน้ากระดาษ และใช้ฟอนต์ ตามที่กำหนดไว้
          3. คัดลอกข้อมูลที่ได้ค้นมาจากเวบไชด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 5 เวบ
          4. ตกแต่งเอกสาร โดยการจัดตัวหนังสือ จัดย่อหน้า จัดระยะห่างระหว่างบรรทัดให้เรียบร้อย
          5. ได้เอกสารใหม่ตามที่ต้องการเป็นรายงาน
รายงานประกอบด้วย ปกหน้า คำนำ สารบัญ (สารบัญตาราง สารบัญรูปภาพ) เอกสารอ้างอิง (บรรณานุกรม ได้จากรายชื่อเวบไชด์ที่คัดลอกมา)

ดังรูป
คำสั่งที่ใช้ในใบงานนี้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
           
ประโยชน์ที่ได้รับจากใบงานนี้
          สามารถทำรายงานได้

การนำไปประยุกต์ใช้งานในวิชาชีพ (ในชีวิตประจำวัน)
          สามารถนำไปใช้ในการพิมพ์งาน การทำรายงาน การทำบันทึกเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ

ผลการปฏิบัติงานตามแนบ มี 1 ไฟล์




วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สป 7 ประกาศ เน้อเจ้า


มีการทดสอบภาคปฎิบัติ กัน
งานส่งก่อนเข้าห้องสอบมี
1. สรุปรายงาน 1 เล่ม ตามหัวข้อที่ตกลงกานไว้ (ดูในหัวเรื่อง รายงานจ๊ะ)
2. สรุปใบงาน 1 เล่ม (ดูตัวอย่างในการทำใบงานตั้งแต่ สป3 จ้าาาาา)
ทั้งรายงาน และสรุปใบงาน ห้ามลืมมม ส่งไฟล์ไปที่เมล์ ครูโตยย เน้อเจ้าาา
แล้ว ปริ้นสกรีน ที่โฟร์เดอร์นั้น แนบท้ายในสรุปใบงาน ตามหัวข้อที่มีเน้อ จ๊ะ
ห้อง ที่เรียนวันศุกร์
ชอ2C กะ ชอ2B ม้างง นัดสอบ เน้อจ๊ะ วันจันทร์ กะ วันพุธ แล้วมีว่างตอนพักเที่ยง จ๊ะ
ห้ามลืม เน้อ เจ้า

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

มารยาทไทย ที่ลืมเลือน

"การไหว้" เป็นมารยาทไทยที่เป็นวัฒนธรรมการทักทาย เวลาพบปะกันหรือลาจากกัน "การไหว้" เป็นการแสดงถึงความมีสัมมาคารวะ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากการกล่าวคำว่า "สวัสดี" แล้วยังแสดงออกถึงความหมาย "การขอบคุณ" และ "การขอโทษ"
     การไหว้เป็นการแสดงมิตรภาพ มิตรไมตรี ที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม โดยยกมือสองข้างประณม นิ้วชิดกัน ปลายนิ้วจรดกัน ไม่แยกปลายนิ้วออกจากกัน ยกมือขึ้นในระดับต่างๆ ตามฐานะของบุคคล เเละ เมื่อมีผู้ทำความเคารพด้วยการไหว้ ต้องรับไหว้ทุกครั้ง การรับไหว้ใช้ประณมมือแค่อก แล้วยกขึ้นเล็กน้อย ก้มศีรษะ

การไหว้
        ไหว้ (วันทนา ) การไหว้เป็นการแสดงความเคารพโดยการประนม มือให้นิ้วชิดกันยกขึ้นไหว้ การไหว้แบบ ไทยแบ่งออกเป็น 3 แบบ ตามระดับของบุคคล ดัง นี้


ระดับที่ 1 การไหว้พระ ได้แก่ การ ไหว้พระรัตนตรัยรวมทั้งปูชนียวัตถุและปูชนีย สถานที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในกรณีที่ไม่สามารถกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ได้ โดยประนมมือให้ปลาย นิ้วชี้จรดส่วนบนของหน้าผาก

        ชาย ยืน แล้วค้อมตัวลงให้ต่ำพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้
        หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลงให้ต่ำโดย ถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งตามถนัดพร้อมยกมือขึ้นไหว้
ระดับที่ 2 การไหว้ผู้มีพระคุณและผู้มีอาวุโส ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครู อาจารย์ และผู้ที่เราเคารพนับถืออย่างสูง โดยประนมมือให้ปลายนิ้วชี้จรดระหว่าง คิ้ว
        ชาย ยืนแล้วค้อมตัวลงน้อยกว่าระดับ การไหว้พระ พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้
        หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลงน้อยกว่าระดับการไหว้พระ โดยถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งพร้อมกับยกมือ ขึ้นไหว้
ระดับที่ 3 การไหว้บุคคลทั่ว ๆ ไปที่เคารพนับถือหรือผู้มีอาวุโส รวมทั้ง ผู้ที่เสมอกันโดยประนมมือยกขึ้นให้ปลาย นิ้วจรดปลายจมูก
        ชาย ยืนแล้วค้อมตัวลง น้อยกว่าระดับการไหว้ผู้มีพระคุณ พร้อมกับ ยกมือขึ้นไหว้

        หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลง น้อยกว่าระดับการไหว้ผู้มีพระคุณ โดยถอย เท้าข้างใดข้างหนึ่งเล็กน้อย พร้อมกับยกมือ ขึ้นไหว้
        และในการไหว้ผู้เสมอกันทั้งชาย และหญิงให้ยกมือขึ้นไหว้พร้อมกันหรือในเวลาใกล้เคียงกัน ในกรณีที่ทำพร้อมกันเป็น หมู่คณะ ควรจะนัดหมายให้ทำอย่างเดียวกัน การไหว้ตามมารยาทไทยเช่นนี้ ปฏิบัติให้เรียบร้อยนุ่มนวลด้วยความสำรวมจึงจะดูงาม


ที่มา : http://www.panyathai.or.th

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ระบบฐานข้อมูล(Database System)


          ระบบฐานข้อมูล  คือ  ระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน  เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน  โดยมีรูปแบบการจัดเก็บที่เป็นระบบแบบแผน  และจัดเก็บไว้ในที่เดียวกัน  เช่น  ข้อมูลพนักงาน  ข้อมูลลูกค้า  ข้อมูลสินค้าคงคลัง  และข้อมูลพนักงานขาย  เป็นต้น  ซึ่งแต่เดิมอาจจะเก็บอยู่ในรูปแบบแฟ้มข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ  เมื่อมีการใช้วิธีการจัดเก็บเป็นระบบฐานข้อมูล  ก็จะนำข้อมูลเหล่านี้มาจัดเก็บไว้ภายในฐานข้อมูลเดียวกัน  ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขององค์กร  ทำให้แต่ละหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้  และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้  และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นได้  เมื่อมีการปรับปรุงข้อมูล  ก็สามารถทำได้โดยผ่านตัวกลางที่เรียกว่า  ระบบจัดการฐานข้อมูล  (Database  Management  System : DBMS)

          คุณสมบัติ
          - เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในการกำหนดลักษณะข้อมูลที่จะเก็บไว้ในฐาน ข้อมูล
          - กำหนดผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ฐานข้อมูลได้  พร้อมกับกำหนดด้วยว่าให้เข้าถึงข้อมูลได้แค่ไหน  อย่างไร
          - อำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูล
          - อำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและการแก้ไขปรับปรุงข้อมูล
          - เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย  สะดวก  มีประสิทธิภาพ

          ประโยชน์ในการใช้ระบบฐานข้อมูล
          1.  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
          2. ทำให้เกิดความสอดคล้องของข้อมูล
          3. ควบคุมความถูกต้องของข้อมูล
          4. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
          5. มีความปลอดภัย
          6. ขจัดความขัดแย้งในการใช้ข้อมูลร่วมกัน
          7. ข้อมูลที่จัดเก็บมีความทันสมัย

          ข้อเสีย
          1. เสียค่าใช้จ่ายสูง  เนื่อง จากโปรแกรมที่ใช้ราคาค่อนข้างแพง  รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องมีความเร็วสูง  มีหน่วยความจำและหน่วยเก็บข้อมูลสำรองที่มีความจุมาก  ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง  ในการจัดทำระบบจัดการฐานข้อมูล
          2.เกิดการสูญเสียข้อมูลได้

          หลักการออกแบบฐานข้อมูล
          1.  กำหนดวัตถุประสงค์ในการสร้างระบบฐานข้อมูล  ว่าต้องการใช้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด
          2. กำหนดวัตถุประสงค์ในการสร้างฐานข้อมูล  ว่าต้องการใช้เพื่อทำอะไรและต้องการอะไรบ้างจากระบบนี้  เช่น  รายงานสรุปต่าง ๆ  ซึ่งจะต้องระบุให้ชัดเจน
          3. สอบถามความต้องการของผู้ใช้ว่าจะต้องป้อนข้อมูลใดบ้างเข้าสู่ ระบบ  และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากระบบว่าต้องการอะไรบ้าง  สิ่งใดเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและสิ่งใดสามารถช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพการทำ งานสูงยิ่งขึ้น
          4. วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด
          5. จัดกลุ่มข้อมูลที่ต้องการเก็บในระบบฐานข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของ ตาราง  โดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
          6. วิเคราะห์ข้อมูลแต่ละตาราง  เพื่อกำหนดเขตข้อมูลหรือฟิลด์ข้อมูลใดครบถ้วน
          7. พิจารณาเขตข้อมูลหลักหรือฟิลด์หลักของแต่ละตาราง
          8. วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูลที่ได้ตามหลักการ Normalization  เพื่อให้ได้ตารางข้อมูลที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนและถูก ต้อง
          9. กำหนดชนิดข้อมูล (Data Type)  ที่ต้องการจัดเก็บว่าอยู่ในรูปแบบใด
          10. กำหนดความสัมพันธ์ของข้อมูลในฐานข้อมูล (Relationship)
          11. ออกแบบหน้าจอการใช้งาน

กฎการ  Normalization
          กฎ การ Normalization  เป็น กฎที่ใช้ในการออกแบบตาราง  เพื่อลดความซ้ำซ้อน แก้ไขตารางได้ง่าย และถ้าเปลี่ยนแปลกข้อมูล  จะมีผลกระทบต่อข้อมูลอื่นน้อยที่สุด  โดยทั่วไปแล้ว เราใช้กฎ Normalization เพียง  3  ข้อก็พอเพียงในการออกแบบตางรางโดยทั่วไปแล้วจากรายละเอียดทั้งหมด  4  ข้อดังนี้

          กฎ ข้อที่ 1  (First  Normal  Form)  กล่าวว่า  จะต้องไม่มีเซลใดในตางรางที่มีค่าเกิน ค่าดังนั้นเราสามารถทำให้ตางรางผ่านกฎข้อที่ ได้ด้วยการแยกเซลล์ที่มีค่าเกินหนึ่งออกเป็นเรคอร์ดใหม่

          กฎข้อที่ 2  (Second  Normal  Form)  กล่าวว่าตางรางที่ผ่านกฎข้อที่ จะต้องมีแอตตริบิวต์ 
(Attribute )  หรือฟิลด์ที่ไม่ใช่คีย์หลักไปผสมหรือปนอยู่กับส่วนใดส่วนหนึ่งของคีย์หลัก  จะต้องมีเฉพาะคีย์หลักเต็ม ๆ  เท่ากัน  ซึ่งจะผ่านกฎข้อนี้จะต้องแยกฟิลด์เฉาะออกมาสร้างตารางใหม่  แล้วใช้ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม (One-to-Many)

          กฎ ข้อที่ 3  (Third  Normal  Form)  กล่าวว่าตารางที่ผ่านกฎข้อที่ จะต้องไม่มีแอตตริบิวต์ใดที่ขึ้นกับแอตตริบิวต์อื่นที่ไม่ใช่คีย์หลัก  การแก้ไขให้ผ่านกฎข้อนี้  ทำได้โดยการแยกตารางออกมาสร้างตารางใหม่

          กฎ ข้อที่ 4  (Fourth  Normal  Form)  กล่าวว่าตารางที่ผ่านกฎข้อที่ จะต้องไม่มีการขึ้นต่อกันแบบเชิงกลุ่ม (Multivalued Dependency )  ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบ Many-to-Many ภายในตางรางเดียวกัน


ความสามรถ ของ  Microsoft  Access  2007

          1. สร้างแอปพลิเคชั่นฐานข้อมูลต่าง ๆ  เช่น  ฐานข้อมูลพนักงาน  ฐานข้อมูลสินค้า  ฐานข้อมูลนักเรียน  เป็นต้น  ซึ่งมีเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่ง ขึ้น

          2. สามารถสร้างตาราง (Table)  เก็บข้อมูลและออกแบบโครงสร้างของข้อมูลได้

          3. มีเครื่องมือที่ช่วยในการสอบถามข้อมูล (Query)  จากฐานข้อมูลและสามารถคำนวณหาผลลัพธ์ได้อีกด้วย

          4. มีเครื่องมือฟอร์ม (From)  ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการข้อมูลได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น

          5. สามารถสรุปรายงาน (Report)  ออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ  เช่น  รายงานสรุปข้อมูล  โดยมีการแบ่งเป็นกลุ่ม  รายงานสรุปข้อมูลแบบหลายมิติ ( PivotTable ) และสร้างฉลากติดซองจดหมายเพื่อส่งข้อมูลไปยังลูกค้า  เป็นต้น

          6. มีแม่แบบ  (Template)  และเครื่องมือช่วย  (Wizard)  ที่ช่วยในการสร้างฐานข้อมูลให้สะดวกยิ่งขึ้น

          7. สามารถนำข้อมูลเข้า  (Import)  จากฐานข้อมูลอื่น  หรือส่งข้อมูลออก  (Export)  ไปยังฐานข้อมูลอื่นได้

          8. แลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย  Wondows  SharePoint  Services  เพื่อแบ่งปันข้อมูล  Access  2007  กับทุกคนในทีมโดยใช้Windows  SharePoint  Services  และ  Access  2007  ทำให้เพื่อนร่วมทีม สามารถเข้าถึงข้อมูล  แก้ไขข้อมูล  และดูรายงานแบบเรียลไทม์  ซึ่งก็คือสามารถดูข้อมูลได้โดยตรงจากหน้าจอบนเว็บไซต์


คุณสมบัติ ใหม่ของ  Access  2007

          การทำงานใน Access  2007  นั้นมีการปรังปรุงด้านหลัก ๆ  4  ด้านคือ

          1. ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น  โดยมีส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ที่เรียกว่า  “ริบบอน”  หรือ  “ริบบิ้น”  (Ribbon)
          2. การจัดการรูปแบบของไฟล์  โดยสนับสนุนไฟล์ฟอร์แมตใหม่  3  ชนิดคือ  Microsoft  Office  Open  XML,PDF  และ  XPS
             -  Microsoft  Office  Open  XML  เป็น ฟอร์แมตที่โปรแกรม  Access  2007  กำหนดให้มาเป็น ค่าเริ่มต้น  ถ้าบันทึกโดยไม่เลือกอะไรเป็นพิเศษ  นามสกุลจะต่างไปจากเดิมคือ  .accdb  ซึ่งเวอร์ชั่น เดิมนั้นจะเป็น  .mdb
             -  ในเวอร์ชั่นนี้สามารถบันทึกเป็นไฟล์  PDF  ได้โดยตรง  ไม่ต้องใช้โปรแกรมเสริม
          3. ปรับปรุงการทำงานร่วมกันของโปรแกรมในชุด  Microsoft  Office
          4. ปรับปรุงด้านความปลอดภัย

ความต้อง การของระบบในการใช้งาน  Access  2007

          ความต้องการของระบบขั้นต่ำที่ไมโครซอฟต์ได้ระบุไว้มีดังนี้

          1.  หน่วยประมวลผลกลาง  (CPU)  อย่างต่ำ  500  MHz  
          2.  หน่วยความจำ (RAM) อย่างต่ำ 256 MB แนะนำให้ใช้ 512 MB
          3.  พื้นที่เก็บข้อมูล (Hard disk)  1.5 GB
          4.  ไดรฟ์ต่าง ๆ เช่น CD-ROM, DVD เป็น ต้น
          5.  ความละเอียดในการแสดงผลของจอภาพ 1024*768 พิกเซลหรือสูงกว่า
          6.  ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP Service Pack2 หรือ Windows Server 2003 หรือ   ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่กว่า


ทิปดีๆเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ( Computer Tips! )


1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ

4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที! ่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \'con\' ได้
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก! กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ
30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare

ทำจดหมายเวียนกรณีใช้ไอคอน

การพิมพ์จดหมายเวียน
               การ พิมพ์จดหมายเวียน ซองจดหมาย ป้ายผนึก และแค็ตตาล็อก แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ การสร้างเอกสารหลัก การสร้างแหล่งข้อมูล และการผสานข้อมูลกับเอกสาร โดยต้องเลือกตัวเลือก ขนาด และการพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ของซองจดหมาย และป้ายผนึกก่อน
การพิมพ์จดหมายเวียน ซองจดหมายและป้ายผนึก เป็นการพิมพ์จดหมายหรือซองและป้าย ผนึกที่มีเนื้อหาเหมือนกัน เพื่อส่งไปถึงผู้รับหลาย ๆ คน สามารถแบ่งหัวข้อได้ ดังต่อไปนี้
1. การพิมพ์จดหมายเวียน
               การพิมพ์จดหมายเวียน สามารถแบ่งงานออกได้เป็น 4 ขั้นตอน ดังต่อไปนี

รูป แสดงแท็บการส่งจดหมาย เมื่อเริ่มต้นสร้างจดหมายเวียน

รูป แสดงแท็บการส่งจดหมาย เมื่อเลือกผู้รับแล้ว
1.1 การสร้างเอกสารหลัก
               เมื่อ เปิดแท็บการส่งจดหมาย คลิกปุ่มเริ่มจดหมายเวียนในกลุ่มเริ่มจดหมายเวียน แล้ว เลือกหัวข้อให้ตรงกับงานที่ทำอยู่ ในที่นี้เลือกเอกสาร Word ปกติ

รูป แสดงกล่องโต้ตอบรายการที่อยู่ใหม่ ถ้าคอลัมน์ที่ให้มาใช้ได้ก็พิมพ์ข้อมูลเลยแต่ถ้าใช้ไม่ได้ ก็กำหนดคอลัมน์เอง

รูป แสดงกล่องโต้ตอบกำหนดรายการที่อยู่เอง

รูป แสดงการเพิ่มชื่อเขตข้อมูลใหม่

การพิมพ์ตารางและแผนภูมิ

การพิมพ์งานตาราง และแผนภูมิ
               การแทรกตาราง ได้แก่ การพิมพ์งาน การเลือก การแทรก และการลบ เป็นต้น การ ตกแต่งตาราง ได้แก่ การแก้ไขและตกแต่งข้อความ การตกแต่งตาราง การแปลง การผสานและแยก เซลล์ การแยกตาราง เป็นต้น การใช้สูตรคำนวณ ได้แก่ การใช้เครื่องมือและการใช้แท็บ เป็นต้น การใช้คุณสมบัติตาราง การแทรกแผนภูมิ และตกแต่งแผนภูมิ
การใช้แท็บแทรก\ ตาราง เพื่อพิมพ์งานตารางในเอกสาร ควรทำความเข้าใจ ดัง ต่อไปน
1. การแทรกตาราง
               การแทรกตารางในเอกสาร สามารถดำเนินงานตามขั้นตอนต่อไปนี้
1.1 การแทรกตาราง
               ให้คลิกปุ่มตารางที่แท็บแทรก แล้วกดเมาส์ลากพื้นที่ให้ได้ขนาดตามที่ต้องการแล้ว จึงปล่อยเมาส์

รูป แสดงการแทรกตารางอย่างรวดเร็ว
               แต่ถ้าเลือกเมนูแทรกตาราง จะเปิดกล่องโต้ตอบการแทรกตารางขึ้นมา แล้วพิมพ์ ขนาดตารางตามที่ต้องการ กำหนดรูปแบบการจัดพอดีอัตโนมัติ และยังสามารถเลือกรูปแบบการ ปรับพอดีอัตโนมัติได้เลย

รูป แสดงกล่องโต้ตอบของการแทรกตาราง
               เมื่อตารางได้แทรกเข้ามาในเอกสาร จะเปิดแถบเครื่องมือตาราง ที่มีแท็บบริบทอยู่ 2 แท็บ คือ แท็บออกแบบ และแท็บเค้าโครง สำหรับนำมาใช้ในงานตาราง และตกแต่งตาราง

รูป แสดงแท็บบริบทออกแบบของแถบเครื่องมือตาราง


รูป แสดงแท็บบริบทเค้าโครงของแถบเครื่องมือตาราง
1.2 การพิมพ์งาน การเลือก การแทรก และการลบ
               1.2.1 การพิมพ์งาน
               เมื่อ ได้ตารางแล้ว สังเกตที่ไม้บรรทัดจะเห็นมีที่กั้นทั้งแถวและคอลัมน์ ให้ พิมพ์งานลงในเซลล์ที่ต้องการ โดยใช้แป้นพิมพ์ Tab เป็นตัวนำตำแหน่งพิมพ์ไปตามเซลล์ด้านขวา แล้วลงมาแถวต่อไปหรือเพิ่มแถวใหม่ นอกจากนี้ยังใช้เมาส์คลิกหรือใช้แป้นพิมพ์ลูกศรเลื่อนก็ได้

รูป แสดงการพิมพ์งานลงในเซลล์ของตาราง

               1.2.2 การเลือก
               1.2.2.1 การเลือกข้อความ ให้นำเมาส์ไปคลิกลงในเซลล์ที่ต้องการเลือก ข้อความ ซึ่งอาจจะเลือกเพียงบางส่วนก็ได้
               1.2.2.2 การเลือกเซลล์ ให้นำเมาส์ไปวางหน้าเซลล์มุมล่างซ้ายที่ต้องการจะ เลือกเซลล์จนเมาส์เปลี่ยนรูปร่างเป็นลูกศรสีดำเล็ก ๆ (  ) จึงให้คลิกเมาส์ แต่ถ้าเลือกหลายเซลล์ให้ ลากไปตามเซลล์ที่ต้องการ
               1.2.2.3 การเลือกแถว ให้นำเมาส์ไปวางหน้าแถวที่ต้องการจะเลือกจนเมาส์ เปลี่ยนรูปร่างเป็นลูกศรสีขาวหันไปทางขวา (  ) จึงให้คลิกเมาส์ แต่ถ้าเลือกหลายแถวให้ลากขึ้น หรือลงหน้าแถวที่ต้องการ
               1.2.2.4 การเลือกคอลัมน์ ให้นำเมาส์ไปวางบนเส้นบนสุดของตาราง ให้ ตรงกับคอลัมน์ที่ต้องการจะเลือกจนเมาส์เปลี่ยนรูปร่างเป็นลูกศรสีดำเล็ก ๆ (  ) จึงให้คลิกเมาส์ แต่ถ้าเลือกหลายคอลัมน์ให้ลากไปทางซ้ายหรือขวาตามคอลัมน์ที่ต้องการ
               1.2.2.5 การเลือกทั้งตาราง ให้นำเมาส์ไปคลิกที่ตำแหน่ง มุมด้านบน ซ้ายของตาราง หรือเลือกทุกคอลัมน์ หรือเลือกทุกแถว
               1.2.3 การแทรก
               1.2.3.1 การแทรกเซลล์ ให้ นำเมาส์ไปคลิกขวาลงในเซลล์ที่ต้องการจะ แทรก เลือกแทรกเซลล์ จะมีกล่องโต้ตอบการแทรกเซลล์ให้เลือกว่าจะเลื่อนเซลล์เดิมไปทางขวา หรือเลื่อนลงมา ซึ่งสามารถนำมาจัดการกับการแทรกแถวและคอลัมน์ได้ด้วย

รูป แสดงเมนูลัดในการจัดการตารางควบคู่กับการใช้แท็บบริบทแถบเครื่องมือตาราง
               1.2.3.2 การแทรกแถว ให้นำเมาส์ไปคลิกลงหน้าแถวที่ต้องการจะแทรก แล้วเลือกแทรกแถว จะได้แถวใหม่อยู่ด้านบน
               1.2.3.3 การแทรกคอลัมน์ ให้นำเมาส์ไปคลิกที่คอลัมน์ที่ต้องการจะแทรก แล้วเลือกแทรกคอลัมน์ จะได้คอลัมน์ใหม่อยู่ทางซ้าย
               1.2.4 การลบ
               การ ลบส่วนประกอบของตาราง ไม่สามารถลบได้ด้วย Delete เพราะเป็น การลบเฉพาะข้อความที่พิมพ์เท่านั้น ต้องใช้แท็บตารางหรือแท็บลัดจึงจะลบส่วนประกอบนั้น ๆ ได้
เมื่อต้องการ จะลบเซลล์ ให้นำเมาส์ไปคลิกลงในเซลล์ที่ต้องการจะลบ แล้ว เปิดแท็บตาราง\ลบ\เซลล์ จะมีกล่องโต้ตอบการลบเซลล์ให้เลือกว่าจะเลื่อนเซลล์เดิมไปทางซ้าย หรือเลื่อนขึ้นมา ซึ่งสามารถนำมาจัดการกับการลบแถวและคอลัมน์ได้ด้วย

รูป แสดงเมนูลัดลบเซลล์ในตาราง
               แต่ถ้าเป็นการลบแถว คอลัมน์ หรือตาราง ให้เลือกก่อน แล้วคลิกขวาเปิด เมนูลัด เลือกรายการลบที่ต้องการ
2. การตกแต่งตาราง
               การ ตกแต่งตารางในเอกสาร จะมีเครื่องมือตาราง มี 2 แท็บ คือ แท็บบริบทออกแบบ และแท็บบริบทเค้าโครง ซึ่งเราสามารถที่จะตกแต่งตารางได้ ดังต่อไปนี้
2.1 การแก้ไขและตกแต่งข้อความในตาราง
               การ แก้ไขข้อความ ไม่ว่าจะเป็นการย้าย การคัดลอก หรือการลบ ทำได้เช่นเดียวกับ การพิมพ์ข้อความตามหน้าเอกสารปกติ จากตัวอย่างจะเป็นการย้ายนามสกุลจากคอลัมน์เดียวกับชื่อ
2.2 การปรับพอดีอัตโนมัติ
               หาก ตารางที่พิมพ์งาน มีขนาดความกว้างของแถว และคอลัมน์ ไม่พอดีกับ หน้ากระดาษแล้ว เราสามารถที่จะปรับแต่งแก้ไขได้ เช่น ปรับพอดีกับเนื้อหา ปรับพอดีกับหน้าต่าง การกระจายแถวและคอลัมน์ให้สม่ำเสมอ ฯลฯ
2.3 การแปลงข้อความกับตาราง
               หากเราต้องการแปลงข้อความเป็นตาราง หรือ แปลงตารางเป็นข้อความ สามารถ ทำได้โดยเลือกข้อความหรือตารางก่อน ดังนี้
               2.3.1 การแปลงข้อความเป็นตาราง
               การ แปลงข้อความที่พิมพ์ให้ไปเป็นตาราง ให้เลือกข้อความทั้งหมด แล้วให้ คลิกปุ่มตารางที่แท็บแทรก เลือกเมนูแปลงข้อความเป็นตาราง จะเปิดกล่องโต้ตอบแปลงข้อความ เป็นตาราง ขึ้น ให้กำหนดขนาดตารางและการแบ่งข้อความให้ถูกต้อง ส่วนใหญ่ Word จะกำหนด มาให้แล้ว คลิกตอบตกลง ก็ได้ตารางที่เริ่มนับคอลัมน์จากหัวไม้บรรทัด จึงได้คอลัมน์แรกหรือ คอลัมน์ท้ายเกินมา ก็ลบภายหลังได้

รูป แสดงกล่องโต้ตอบแปลงข้อความให้เป็นตาราง แบ่งข้อความที่แท็บ
               2.3.2 การแปลงตารางเป็นข้อความ
               หาก เราต้องการแปลงตารางที่พิมพ์งานให้ไปเป็นข้อความ ก็เลือกทั้งตาราง แล้วที่แท็บบริบทเค้าโครง คลิกปุ่มคำสั่งข้อมูล แล้วเลือกรายการแปลงเป็นข้อความ จะเปิดกล่อง โต้ตอบแปลงตาราง เป็นข้อความขึ้น ให้กำหนดการแบ่งข้อความตามต้องการ แล้วคลิกตอบตกลง ก็ จะได้ข้อความ

รูป แสดงกล่องโต้ตอบแปลงตารางให้เป็นข้อความโดยใช้แท็บ
2.4 การผสานและแยกเซลล์
               ถ้า งานพิมพ์ตารางบางงานที่หัว/ท้ายตารางมักจะมีการจัดกลุ่ม/สรุปข้อมูล เราอาจ จำเป็นที่ต้องผสานเซลล์หลาย ๆ เซลล์เข้าด้วยกัน และก็สามารถที่จะแยกเซลล์คืนได้เช่นกัน ดังต่อไปนี้
               2.4.1 การผสานเซลล์
               ให้เลือกเซลล์ที่จะผสาน แล้วคลิกคำสั่งผสานเซลล์ที่กลุ่มผสานของ แท็บบริบทเค้าโครง ก็จะได้เซลล์ที่ถูกรวมเข้าด้วยกัน
               2.4.2 การแยกเซลล์
               ให้ เลือกเซลล์ที่จะแยกเป็นหลายเซลล์ แล้วคลิกคำสั่งผสานเซลล์ที่กลุ่ม ผสานของแท็บบริบทเค้าโครง จะเปิดกล่องโต้ตอบแยกเซลล์ขึ้นมา ให้เลือกว่าจะแยกเป็นกี่คอลัมน์ กี่แถวตามต้องการ แล้วคลิกตอบตกลง

รูป แสดงกล่องโต้ตอบการแยกเซลล์
2.5 การแยกตาราง
               บาง ครั้งการพิมพ์ตารางที่ยาวติดต่อกันไปในหลาย ๆ หน้า เราอาจจะแยกให้เป็นอีก ตารางหนึ่งได้ โดยเลือกแถวที่จะถูกตัดออกมาเป็นแถวบนในตารางใหม่ แล้วคลิกคำสั่งแยกตารางที่ กลุ่มผสานของแท็บบริบทเค้าโครง จะแยกออกมาเป็นอีกตาราง
2.6 การตกแต่งตาราง
               การพิมพ์ตารางให้สวยงาม ควรที่จะตกแต่งข้อความ เส้น พื้น ซึ่งสามารถจัดทำได้ ดังต่อไปนี้
               2.6.1 การใช้ลักษณะตาราง
               ให้ เลือกทั้งตาราง แล้วเปิดแท็บบริบทออกแบบของแถบเครื่องมือตาราง คลิกเปิดตัวอย่างที่ลักษณะตาราง แล้วจึงเลือกรูปแบบลักษณะที่ต้องการ

รูป แสดงลักษณะตารางในรูปแบบต่าง
               2.6.2 การใช้แถบเครื่องมือตาราง
               ให้ เลือกเซลล์ แถว คอลัมน์ที่ต้องการให้มีเส้น และลงสีพื้น สีเส้น สี ตัวอักษร จัดตำแหน่งให้ถูกต้องและสวยงาม โดยใช้แท็บบริบทออกแบบ และเค้าโครงของแถบ เครื่องมือตาราง

3. การใช้สูตรคำนวณ
               เราสามารถใช้สูตรในการคำนวณหาค่าที่สำคัญบางค่าได้ จากการพิมพ์งานในตาราง ดังต่อไปน
3.1 การเรียงลำดับ
               ที่ ปุ่มข้อมูลในกลุ่มการจัดแนวของแท็บบริบทเค้าโครงจากแถบเครื่องมือตาราง เรา สามารถเรียงลำดับข้อมูลในตาราง คือ การเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก หรือการเรียงลำดับจากมาก ไปหาน้อยได้ 3 ชั้น

รูป แสดงการเรียงลำดับข้อมูล

3.2 การคำนวณจากสูตร
               ที่ ปุ่มข้อมูลในกลุ่มการจัดแนวของแท็บบริบทเค้าโครงจากแถบเครื่องมือตาราง เรา สามารถใช้สูตร จะเปิดกล่องโต้ตอบสูตรออกมา ให้เลือกสูตรที่จะใช้ ในช่องที่วางฟังก์ชัน โปรแกรมจะใช้สูตรแบบอ้างอิงเซลล์ด้านบน (Above) หรือด้นซ้าย (Left) หากต้องการอ้างอิงเซลล์ แบบโปรแกรม Excel เช่น จะหาค่าเฉลี่ย ก็ใช้สูตร = Average (D2:D4) แล้วคลิกตอบตกลง ก็ได้

รูป แสดงกล่องโต้ตอบสูตรที่ใช้ในการคำนวณในตาราง

4. การใช้คุณสมบัติตาราง
               เรา สามารถใช้คุณสมบัติตารางในการจัดการกับตารางได้ จากแท็บบริบทเค้าโครงของ แถบเครื่องมือตาราง จะเปิดกล่องโต้ตอบคุณสมบัติตารางขึ้นมา แล้วจึงเลือกแท็บงานที่ต้องการ ดังต่อไปนี้
4.1 แท็บงานตาราง
               ใช้ในการจัดตำแหน่ง การวางตำแหน่ง การตัดข้อความ และเส้นขอบและแรเงา

รูป แสดงแท็บงานตารางในคุณสมบัติตาราง

4.2 แท็บงานแถว
               ใช้ในการกำหนดขนาดความสูง การแบ่งแถวข้ามหน้ากระดาษได้ และการพิมพ์ซ้ำ แถวหัวเรื่อง

รูป แสดงแท็บงานแถวในคุณสมบัติตาราง
4.3 แท็บงานคอลัมน์
               ใช้ในการกำหนดขนาดความกว้างของคอลัมน์

รูป แสดงแท็บงานคอลัมน์ในคุณสมบัติตาราง
4.4 แท็บงานเซลล์
               ใช้ในการกำหนดขนาดความกว้างของเซลล์ และการจัดตำแหน่งแนวตั้ง

5. การแทรกแผนภูมิ
               การพิมพ์งานตาราง อาจจะทำให้เห็นภาพความเข้าใจไม่ละเอียดนัก เราอาจจะนำเสนอ ในรูปของแผนภูมิกราฟต่าง ๆ ได้
ให้ เลือกเซลล์ หรือแถวหรือคอลัมน์ที่ต้องการ แล้วใช้คำ สั่งแผนภูมิในกลุ่ม ภาพประกอบของแท็บแทรก จะเปิดโปรแกรมสร้างแผนภูมิขึ้นมา ซึ่งถ้าต้องการกลับมายังงาน เอกสารก็ให้คลิกที่กระดาษนอกพื้นที่แผนภูมิ และให้ดับเบิลคลิกที่แผนภูมิเพื่อกลับไปยังโปรแกรม สร้างแผนภูมิ

รูป แสดงโปรแกรมการสร้างแผนภูมิ
 

รูป แสดงเมื่อคลิกแทรกแผนภูมิ จะให้เลือกชนิดของแผนภูมิ


รูป แสดงแผนภูมิคอลัมน์ที่เลือกแทรกเข้ามาเอกสาร


รูป แสดงแท็บบริบทออกแบบของแถบเครื่องมือแผนภูมิ


รูป แสดงแท็บบริบทเค้าโครงของแถบเครื่องมือแผนภูมิ


รูป แสดงแท็บบริบทรูปแบบของแถบเครื่องมือแผนภูมิ


รูป แสดงการเปลี่ยนชนิดเป็นแผนภูมิเส้น


รูป แสดงการเปลี่ยนชนิดเป็นแผนภูมิวงกลม


รูป แสดงการสลับแถว/คอลัมน์


รูป แสดงการเปลี่ยนลักษณะแผนภูมิ


รูป แสดงการพิมพ์รายการต่าง ของแผนภูมิคอลัมน์