วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สป3 2_54


ความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ
ความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ
           โปรแกรมประมวลผลคำ Word Processing ปัจจุบันนิยมใช้ Microsoft Word ของค่าย Microsoft Office ซึ่่งเป็นโปรแกรมที่มีเรื่องของลิขสิทธิ์มาเกี่ยวข้อง (ฉะนั้นควรใช้ให้ถูกกฏหมายลิขสิทธิ์)  สำหรับค่าย Open Source (1) ใช้ Writer


คุณสมบัติโดยทั่วไปของโปรแกรมประมวลคำ


คุณสมบัติทั่วไปของโปรแกรมประมวลผลคำ ส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติที่ช่วยให้สามารถใช้งานได้ง่ายกว่าเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดา คุณสมบัติพื้นฐานต่าง ๆ ของโปรแกรมประมวลผลคำรุ่นใหม่จะประกอบด้วยเครื่องมือช่วยในการพิมพ์ เครื่องมือช่วยในการแก้ไขข้อมูลการควบคุมการแสดงตัวอักษรและการจัดรูปแบบหน้าเอกสาร การทำจดหมายเวียนและจ่าหน้าซองจดหมาย
เครื่องมือช่วยในการพิมพ์ของโปรแกรมประมวลผลคำนั้น ช่วยให้ผู้ใช้งาน พิมพ์ข้อความได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติที่เรียกว่า การม้วนคำ (Word Wrap) ที่ช่วยแยกข้อความขึ้นบรรทัดใหม่ เมื่อจบคำในแต่ละบรรทัดพอดีผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความโดยไม่ต้องกังวลว่าข้อความจะยาวกว่าเส้นขอบขวาของบรรทัดที่กำหนดไว้ เมื่อพิมพ์ข้อความเสร็จเรียบร้อยก็สามารถบันทึกเก็บไว้ในรูปของแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีชื่งแฟ้มข้อมูลกำกับ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ซ้ำใหม่ทั้งหมด
เครื่องมือช่วยในการแก้ไขข้อมูลของโปรแกรมประมวลผลคำ เช่น การพิมพ์เพิ่มเติมที่เรียกว่า การแทรก (Insert) โดยโปรแกรมจะทำการร่นคำที่มีอยู่เดิมนั้น ให้เลื่อนไปทางขวามือเพื่อให้มีช่องว่างสำหรับคำใหม่ หรือการเขียนทับ (Overwrite) ด้วยการพิมพ์ข้อความใหม่ที่ถูกลงไปทับแทนคำ หรือข้อความเดิมที่ผิด โดยไม่จำเป็นต้องลบคำเดิมออกก่อน และยังมีเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหาและแทนที่คำ เพื่อช่วยให้สามารถไขคำต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ด้วยการไม่ต้องพิมพ์คำที่ผิดเหมือนกันใหม่ทุกครั้ง  โปรแกรทก็จะทำการค้นหาและแทนที่ให้อย่างอัตโนมัติ และครบทุกคำ
การควบคุมการแสดงตัวอักษรและการจัดรูปแบบหน้าเอกสารนั้น  โปรแกรมประมวลผลคำส่วนใหญ่จะมีความสามารถในการจัดตัวอักษรและย่อหน้าได้อย่างสวยงาม  อีกทั้งกำหนดขนาดและรูปแบบตัวอักษรได้หลายแบบและยังมีชุดตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตามความพอใจและตามความเหมาะสมของเอกสาร ส่วนการจัดหน้าเอกสารนั้น โปรแกรมประมวลผลคำสามารถควบคุมการจัดวางหน้าใหม่โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการแก้ไขเอกสาร เช่นการกำหนดให้ข้อความในบรรทัดเริ่มที่เส้นขอบซ้ายตรงกันหรือกำหนดให้ข้อความอยู่ตรงกลางของบรรทัด เป็นต้น
เครื่องมือช่วยในการทำจดหมายเวียนและจ่าหน้าซองจดหมาย   เครื่องมือนี้จะช่วยสร้างจดหมายหลักไว้หนึ่งฉบับ  พร้อมทั้งกำหนดตำแหน่งที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูล และสร้างแฟ้มข้อมูลสำหรับบันทึกชื่อและที่อยู่ของผู้รับไว้ เมื่อสั่งพิมพ์จดหมายเวียนนั้นหรือจ่าหน้าซองจดหมาย โปรแกรมจะนำข้อมูลมาใส่ในตำแหน่ง  ที่กำหนดไว้ให้อย่างอัตโนมัติจนครบทุกคน
ในปัจจุบัน โปรแกรมประมวลผลคำมีการพัฒนาไปอย่างมาก คือ มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยในการพิมพ์ หรือสร่างเอกสารเป็นพิเศษ เช่น งานสร้างตาราง การจัดแบ่งข้อความเป็นคอลัมน์ การตรวจสอบตัวสะกด การตรวจสอบไวยากรณ์ การแทรกรูปภาพลงในเอกสาร การใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ และความสามารถในการสร้างเว็บเพจ ดังนั้น โปรแกรมประมวลผลคำจึงถูกนำมาใช้แทนการใช้เครื่องพิมพ์ดีด และสามารถใช้วานเสมือนโรงพิมพ์ตั้งโต๊ะ

ประโยชน์ของโปรแกรมประมวลผลคำ
ประโยชน์ของโปรแกรมประมวลผลคำ
           โปรแกรมประมวลผลคำเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อ ใช้พิมพ์ข้อความสำหรับงานพิมพ์เอกสารด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์มีข้อดีกว่าการใช้เครื่องพิมพ์ดีด คือ
1.ระบบคอมพิวเตอร์มีหน้าจอที่ช่วยให้สามารถมองเห็นข้อความที่พิมพ์ หากมีข้อผิดพลาดก็สามารถมองเห็นข้อผิดพลาด และสามารถแก้ไขก่อนการพิมพ์จริงบนกระดาษด้วยเครื่องพิมพ์
2.ข้อวามที่พิมพ์แล้วสามารถบันทึงในไฟล์ข้อมูล และจัดเก็บในอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถเรียกข้อมูลงานเอกสารเดิมกลับมาแก้ไข แล้วพิมพ์ซ้ำใหม่ได้ เช่น ตัวอุปกรณ์ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลในปัจจุบัน เช่น ฮาร์ดดิสก์ แผ่นดิสก์ แผ่นซีดี แฟลชไดรว์
3. สามารถกำหนดรูปแบบตัวอักษร และงานพิมพ์เป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ
4. สามารถป้อนข้อมูลงานเอกสาร ได้เร็วขึ้น
5. มีคำสั่งที่ใช้ตรวจทานความถูกต้องของตัวสะกด และงานพิมพ์ ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แก้หรือพิมพ์ซ้ำ
6. มีระบบการค้นหาและแทนที่คำ เพื่อทำการแก้ไขข้อความและคำได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลา
7. รูปแบเอกสารได้รวดเร็ว เนื่องจากมีเครื่องมือที่ช่วยให้การจัดรูปแบบให้สะดวก
8. ลดการใช้กระดาษได้ 40 % เนื่องจากความกว้างของตัวอักษรจะไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกับเครื่องพิมพ์ดีดที่มีขนาดความกว้างของตัวอักขระเท่ากัน
9. ช่วยให้การจัดเก็บและค้นหาเอกสารมีความรวดเร็วมากขึ้น เพราะงานเอกสารต่างๆ จะถูกจัดเก็บเป็นแฟ้มข้อมูลลงใน สื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ สามารถค้นหาและเรียกใช้งานได้สะดวกและรวดเร็ว
10. ช่วยลดปริมาณกระดาษที่จัดเก็บทำให้ประหยัดพื้นที่ในการเก็บเอกสาร เพราะเอกสารจะถูกจัดเก็บอยู่ในสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่มีขนาดเล็กแต่มีความจุในการเก็บข้อมูล ได้เป็นจำนวนมาก
11.ช่วยลดขั้นตอนในการจัดทำเอกสาร เช่น ถ้าต้องการส่งจดหมายที่มีข้อความเหมือนกันไปให้ผู้รับจดหมายเป็นจำนวนมากอาจทำได้โดยการจัดทำจดหมายเวียน ซึ่งมีขั้นตอนการทำที่สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากใช้เครื่องพิมพ์ดีดก็อาจจะต้องเสียเวลาในการจัดทำมาก
12.ช่วยสร้างเอกสารให้มีความสวยงาม ทั้งนี้เพราะผู้ใช้สามารถนำรูปภาพ รูปวาด ภาพกราฟิกต่าง ๆ มาแทรกลงในเอกสารได้โดยตรง
13.ช่วยให้การทำงานกับเอกสารถูกต้องและมีข้อผิดพลาดลดน้อยลง เพราะผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้โดยตรงบนหน้าจอจนพอใจจึงจะสั่งพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์ได้ หรือาจใช้ระบบการตรวจสอบคำผิดแบบอัตโนมัติ ในการตรวจสอบการสะกดคำหรือไวยากรณ์ของภาษาได้
14.ก่อให้เกิดกิจนิสัยรอบครอบ และระมัดระวังในการใช้งานในการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์

อ้างอิง


ที่เกี่ยวข้อง
1 http://www.thaiall.com/article/chantra.htm

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

พระอัจฉริยาภาพของในหลวง

สำนักข่าว AP สำนักข่าวสากลระดับโลก ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ต่างยกย่องในพระปรีชาสามารถด้านน้ำ แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(ดังทีเคยนำวีดีโอคลิปพระราชดำริเกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วมพระนคร ในปี พศ. 2538 ที่ได้นำมาเผยแพร่นั้น บัดนี้ทั่วโลกได้ประจักษ์แล้ว ถึงพระปรีชาสามารถ )
จาก สำนักข่าว AP http://hosted2.ap.org/OREUG/86053d8662944f7698388c63189f97c6/Article_2011-11-01-AS-Thailand-Water-King/id-3c3374baa3b24ac5b67b1b9284a434b0

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สป2 คุณธรรม-จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์

คุณธรรม-จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์

จริยธรรม หมายถึง "หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ" ในทางปฏิบัติแล้ว การระบุว่าการกระทำสิ่งใดผิดจริยธรรมนั้น อาจกล่าวได้ไม่ชัดเจนมากนัก ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของสังคมในแต่ละประเทศด้วย อย่างเช่น กรณีที่เจ้าของบริษัทใช้กล้องในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการทำงานของพนักงาน เป็นต้น ตัวอย่างของการกระทำที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม เช่นการใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือก่อความรำราญ เช่น การนำภาพหรือข้อมูลส่วนตัวของบุคคลไปลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตการใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูลการเข้าถึงข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยทั่วไป เมื่อพิจารณาถึงจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้ว จะกล่าวถึงใน 4 ประเด็น ที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ประกอบด้วย

1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
3 ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลำพัง และเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์การต่างๆปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้

1.การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร

2.การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นการติดตามการทำงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพการใช้บริการ แต่กิจกรรมหลายอย่างของพนักงานก็ถูกเฝ้าดูด้วย พนักงานสูญเสียความเป็นส่วนตัว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการผิดจริยธรรม

3.การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด

4.การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าขึ้นมาใหม่ แล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรจะต้องระวังการให้ข้อมูล โดยเฉพาะการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีการใช้โปรโมชั่น หรือระบุให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต และที่อยู่อีเมล์ความถูกต้อง (Information Accuracy)

ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่ เช่น ในกรณีที่องค์การให้ลูกค้าลงทะเบียนด้วยตนเอง หรือกรณีของข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ อีกประเด็นหนึ่ง คือ จะทราบได้อย่างไรว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากความจงใจ และผู้ใดจะเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดข้อผิดพลาด

ดังนั้น ในการจัดทำข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือนั้น ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำเข้าฐานข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ ควรให้สิทธิแก่บุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลของตนเองได้ เช่น ผู้สอนสามารถดูคะแนนของนักศึกษาในความรับผิดชอบ หรือที่สอนเพื่อตรวจสอบว่าคะแนนที่ป้อนไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง ความเป็นเจ้าของ (Information Property) สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปที่จับต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ หรืออาจเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (ความคิด) ที่จับต้องไม่ได้ เช่น บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่สามารถถ่ายทอดและบันทึกลงในสื่อต่างๆ ได้ เช่น สิ่งพิมพ์ เทป ซีดีรอม เป็นต้น

ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศ มักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น สำหรับท่านเองหลังจากที่ท่านเปิดกล่องหรือบรรจุภัณฑ์แล้ว หมายถึงว่าท่านได้ยอมรับข้อตกลงเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในการใช้สินค้านั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงครั้งเดียว หรือไม่อนุญาตให้ใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ ท่านเป็นเจ้าของ และไม่มีผู้อื่นใช้ก็ตาม ในขณะที่บางบริษัทอนุญาตให้ใช้โปรแกรมนั้นได้หลายๆ เครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อน เป็นการกระทำที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าโปรแกรมที่จะทำการคัดลอกนั้น เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ท่านมีสิทธ์ในระดับใด

การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) ปัจจุบันการเข้าใช้งานโปรแกรม หรือระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีการกำหนดสิทธิตามระดับของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าไปดำเนินการต่างๆ กับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบ เช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ก็ถือเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกันให้เป็นระเบียบ หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นดังที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น



อ้างอิงจาก http://learners.in.th

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สป2 1 พย 54 - 4 พย 54

สป 2
เข้าสู่บทเรียน เรื่อง
อินเตอร์เน็ต
การสืบค้นข้อมูล
ระบบเครือข่าย
จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ส1 ชย B 2_54

โครงการสอน
รหัสวิชา 3000-0201
ชื่อวิชา โปรแกรมสำเร็จรูปในงานอาชีพ
ผู้สอน นางสาวอโณทัย เชี่ยวชาญ
คาบ - หน่วยกิต 4-3
กลุ่มชั้น ปวส ช่างยนต์
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554

จุดประสงค์รายวิชา
1.    เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างและการใช้งานของโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับงานอาชีพ
2.    เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการจัดทำเอกสาร การจัดการฐานข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลงานและการผลิตสื่อในงานอาชีพ
3.    เพื่อให้มีกิจนิสัยในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม

มาตรฐานรายวิชา
1.    ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการจัดการเอกสาร
2.    ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้น
3.    ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล
4.    ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการผลิตสื่อและการนำเสนอผลงาน
5.    ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลเพื่อพัฒนางานอาชีพ

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ การประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปในงานอาชีพ การจัดการเอกสาร การจัดการฐานข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลงานด้วยคอมพิวเตอร์ สื่อผสมและการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการผลิตสื่อประเภทต่าง ๆ การสืบค้นข้อมูล สารสนเทศเพื่อพัฒนางานอาชีพด้วยคอมพิวเตอร์

เหตุผลที่ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ด้วย Microsoft Office 2007 เพราะทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ทำข้อตกลงกับบริษัท Microsoft เรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้สามารถใช้ในการเรียนการสอนได้โดยไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

เกี่ยวกับโปรแกรมสำเร็จรูปในงานอาชีพ จากมาตรฐานรายวิชา
1.       ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการจัดการเอกสาร
   การจัดการเอกสารใช้โปรแกรม Microsoft Word
2.       ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้น
   การจัดการเอกสารใช้โปรแกรม Microsoft Excel
3.       ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล
   การจัดการเอกสารใช้โปรแกรม Microsoft Access
4.       ประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการผลิตสื่อและการนำเสนอผลงาน
   การจัดการเอกสารใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint

5.       ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลเพื่อพัฒนางานอาชีพ
   การจัดการเอกสารใช้โปรแกรม Internet Explorer

เอกสารประกอบการสอน
หนังสือเรียนโปรแกรมสำเร็จรูปในงานอาชีพ โดย อ.พันจันทร์ ธนวัฒนเสถียร
เอกสารประกอบการเรียนโปรแกรมสำเร็จรูปในงานอาชีพ เรียบเรียงโดย นางสาวอโณทัย เชี่ยวชาญ
คัมภีร์สูตร & ฟังก์ชัน Excel By..TanakiD
Excel Tip Secret โดย กุลธิดา ทรัพย์อักษร
สูตร & ฟังก์ชัน Excel ฉบับใช้งานจริงในสำนักงาน Second Edition โดยชุญาดา เส้งโสตะ

สื่ออิเล็กทรอนิกส์
http://www.google.com (ใช้สืบค้นข้อมูล)
http://www.anothai573.gmail.com (เพื่อส่งใบงาน สั่งงานทางจดหายอิเล็กทรอนิกส์)
http://www.anothai573.gmail.com (เพื่อติดต่อสื่อสารทางโลกสังคมออนไลน์)
http://www.anothai573.gmail.com (เพื่อติดตามบทเรียนที่ผ่านมาจากชั่วโมงสอน สามารถทำการทบทวนด้วยตนเองได้)
http://www.anothai573.gmail.com (เพื่อส่งใบงาน สั่งงานทางห้องเรียนออนไลน์)
เวบบล็อกครูอโณทัย

เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
สัดส่วนคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค เป็น 80 : 20                              รวม 100 คะแนน
จิตพิสัย                                                                               20 คะแนน
ทดสอบระหว่างภาค       (ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ)                                   20 คะแนน
ฝึกปฏิบัติ                                                                             40 คะแนน     
สอบปลายภาค (ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ 10: 10)                                         20 คะแนน

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ประกาศ สป18 1_54

ประกาศ
ปวส และปวช  ที่เรียนเทอม 1_54 ท่านที่ไม่ได้ส่งงานกรุณานำมาส่งภายในวันพุธที่ 28 กันยายน 2554 ภายในเวลา 16.00 น. โดยด่วน
และหากท่านใดที่ต้องการปรับคะแนนรายงานให้นำรายงานที่ถูกต้อง จำนวน 10 หน้า เวบอ้างอิง 5 เวบ เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพที่เรียน ไม่ซ้ำใคร มาส่งพร้อมทำภาคผนวก นำปกหน้าหนังสือที่อ้างอิงมาส่ง ในวันเวลาดังกล่าว

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ฐานข้อมูล

 เกณฑ์การตัดสินใจเลือกข้อมูล



1. งบประมาณขององค์การและราคาของระบบบริหารฐานข้อมูลที่ต้องการ 

2. ความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ 

3. ความน่าเชื่อถือของระบบบริหารฐานข้อมูล 

4. ความเร็วในการประมวลผล 

5. การรักษาความปลอดภัยของระบบฐานข้อมูล

6. จำนวนผู้ใช้งานในระบบ 

7. จำนวนแฟ้มข้อมูลและขนาดของระเบียนที่เปิดใช้ 

8. ภาษาฐานข้อมูลที่ระบบสนับสนุน 

9. ตัวแบบฐานข้อมูลและความเหมาะสมต่อลักษณะงาน 

10. โปรแกรมประกอบอื่น ๆที่ระบบมีให้ 

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

หน่วยความจุ ข


1373 01 หน่วยที่ใช้ในการวัดความจุหรือขนาดของข้อมูล

หน่วยที่ใช้ในการวัดความจุหรือขนาดของข้อมูล หรือที่ใช้เรียกด้วยศัพท์ของคอมพิวเตอร์เช่น บิต (Bit), ไบต์ (Byte), กิโลไบต์ (Kilobyte),? เมกกะไบต์ (Megabyte), กิกะไบต์ (Gigabyte), เทอราไบต์ (Terabyte) เป็นต้น มีรายละเอียดดังนี้

บิต (Bit) เป็นหน่วยวัดข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยแต่ละบิตจะถูกแสดงด้วยตัวเลขไบนารี (Binary Digits) หรือเลขฐานสองคือ “0″ หรือ “1″ ซึ่งจะบ่งบอกถึงสถานะการทำงานนั่นเอง

ไบต์ (Byte) เป็นหน่วยวัดพื้นฐานที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดย 1 ไบต์จะมีขนาด 8 บิต ใช้แทนตัวอักษรใดๆเช่น ตัวเลข, พยัญชนะ หรือสัญลักษณ์ต่างๆได้ 1 ตัว

กิโลไบต์ (Kilobyte ตัวย่อ KB) จะมีค่าเท่ากับ 1,024 ไบต์ หรือประมาณ 1,000 ไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1,000 ตัว หรือประมาณ 1 หน้ากระดาษ

เมกกะไบต์ (Megabyte ตัวย่อคือ MB) จะมีค่าประมาณ 1,000 กิโลไบต์ หรือประมาณ 1 ล้านไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 ล้านตัว หรือประมาณหนังสือ 1 เล่ม

กิกะไบต์ (Gigabyte ตัวย่อคือ GB) เป็นหน่วยวัดที่มักใช้บอกความจุข้อมูลของอุปกรณ์จำพวก ฮาร์ดดิสต์, ยูเอสบีไดรว์, แผ่นดีวีดี และอื่นๆ โดยจะมีค่าประมาณ 1,000 เมกกะไบต์หรือประมาณ 1 พันล้านไบต์เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 พันล้านตัวหรือประมาณหนังสือที่ถูกบรรจุอยู่ในตู้หนังสือจำนวน 1 ตู้

เทอราไบต์ (Terabyte ตัวย่อ TB) เป็นหน่วยวัดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มาก ปัจจุบันมีเพียงอุปกรณ์จำพวกฮาร์ดดิสต์บางรุ่นเท่านั้นที่มีความจุมากถึงระดับนี้ แต่ด้วยปริมาณความต้องการข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆทำให้อีกไม่นานความจุระดับนี้อาจมีแพร่หลายมากขึ้น โดยเทอราไบต์จะมีค่าประมาณ 1,000 กิกะไบต์ หรือประมาณ 1 ล้านล้านไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 ล้านล้านตัว หรือประมาณหนังสือทั้งหมดที่ถูกบรรจุอยู่ในห้องสมุด 1 ห้อง